เคล็ดลับ

การตั้งค่า Targeting Ads

ฉันจะเลือกสินค้าในการทำโฆษณาอย่างไร?

การเลือกสินค้าเป็นส่วนสำคัญในการทำโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ:


  1. เพิ่มยอดขาย  

เลือกสินค้ายอดนิยม หรือสินค้าที่กำลังมีโปรโมชั่นอยู่


  1. เพิ่มกำไรให้กับร้านค้า

เลือกสินค้าขายดี โดยเฉพาะสินค้าที่มีกำไรสูง


  1. เพิ่มการมองเห็นแก่สินค้าใหม่

เลือกโฆษณาสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มการมองเห็นและทดลองสินค้าใหม่ในตลาด


สินค้าที่เหมาะแก่การทำโฆษณา Targeting Ads:

  1. สินค้าที่ราคาต่ำกว่าสินค้าร้านค้าอื่นๆ แต่มีคุณภาพที่เหมือนกัน
  2. สินค้าที่มีเรตติ้งเยอะเมื่อเทียบกับสินค้าที่คล้ายกันจากร้านอื่นๆ


ฉันควรตั้งค่างบประมาณและระยะเวลาการทำโฆษณาอย่างไร?

  1. สำหรับร้านค้าที่ทำการโฆษณา Targeting Ads ครั้งแรก ควรตั้งค่าราคาประมูลต่อคลิกเป็นราคาขั้นต่ำก่อน หลังจาก 2 สัปดาห์จึงตรวจสอบผลลัพธ์โฆษณาและเพิ่มราคาประมูล หากร้านค้าต้องการการเข้าถึงเพิ่ม
  2. ใช้ราคาประมูลที่แนะนำเพื่อการมองเห็นที่สูงขึ้น
  3. งบประมาณและระยะเวลาการทำโฆษณาจะถูกตั้งค่าพื้นฐานเป็น “ไม่จำกัด” ร้านค้าสามารถใช้การตั้งค่านี้หากต้องการรักษาจำนวนการมองเห็นให้สูงอยู่ตลอด 
  4. ร้านค้าสามารถตั้งค่างบประมาณ เพื่อจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับงบประมาณรายวัน หรืองบประมาณทั้งหมด
  5. ร้านค้าสามารถหากต้องการระบุช่วงเวลาการทำโฆษณา โดยตั้งค่าวันเริ่มและจบโฆษณา เช่น โฆษณาสินค้าที่อยู่ในช่วงแคมเปญ


อัตรา premium คืออะไร และควรตั้งค่าอย่างไร? 

  1. อัตรา premium จะเพิ่มราคาประมูลในแต่ละพื้นที่โฆษณาเพื่อการเข้าถึงที่มีประสิทธิภาพในระหว่างการทำโฆษณา
  2. ตัวอย่าง: ร้านค้าตั้งค่าราคาประมูลไว้ที่ 1 บาท สำหรับหน้าสินค้าที่คล้ายกัน และอัตรา premium คือ 50% ดังนั้น ราคาประมูลสุทธิ คือ 1.5 บาท = 1 x (100% + 50%)
  3. [ราคาประมูลสุทธิ = ราคาประมูล x (100% + อัตรา Premium)]
  4. ตั้งอัตรา premium ในอัตราที่สูง หากสินค้าที่โฆษณาเป็นสินค้าที่ขายดี และได้ผลกำไรเยอะ
  5. หากไม่มั่นใจ ร้านค้าสามารถตั้งอัตรา premium เป็น 0% ก่อนได้ ร้านค้าสามารถเพิ่มราคาประมูลเพื่อเพิ่มยอดการเข้าถึงภายหลัง หากมีผลลัพธ์ที่ดีหลังจากที่ทำโฆษณาไป 2 สัปดาห์


ฉันจะสามารถเพิ่มการเข้าถึงของสินค้าโดยใช้โฆษณา Targeting Ads ได้อย่างไร? 

  1. หากใช้โฆษณา Targeting Ads อยู่แล้ว คุณสามารถเปิดการใช้งานสำหรับพื้นที่โฆษณาล่าสุด เช่น หน้าสินค้าแนะนำประจำวัน และหน้าคุณอาจจะชอบสิ่งนี้
  2. เพียงเข้าไปที่หน้าโฆษณา My Ads และคลิกที่เปิดทั้งสองพื้นที่โฆษณา


ฉันควรตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพ Targeting Ads ได้อย่างไร? 

ทำโฆษณาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อทำให้มั่นว่าร้านค้าจะมีข้อมูลที่เพียงพอต่อการวิเคราะห์ 

  1. หากโฆษณามียอดคลิก 50-100 คลิก แต่ไม่มีออเดอร์ ร้านค้าพิจารณาการปรับปรุงของรายละเอียดสินค้า,รูปภาพสินค้าที่น่าสนใจ, ชื่อสินค้า และราคาของสินค้าที่น่าดึงดูด หลังจากปรับปรุงสินค้าแล้วยังไม่มีออเดอร์ ร้านค้าควรพิจารณาหยุดโฆษณาสำหรับสินค้านั้นๆ
  2. หากโฆษณามีออเดอร์ ร้านค้าสามารถเพิ่มราคาประมูล หากต้องการเพิ่มการเข้าถึงที่มากขึ้น และหากร้านค้าต้องการผลกำไรสูง โปรดมั่นใจว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (CIR) ของร้านค้าไม่เกินอัตรากำไรของสินค้านั้นๆ
  3. อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (CIR) เป็นตัววัดอัตราส่วนของค่าใช้จ่ายโฆษณากับยอดขายที่ได้จากการทำโฆษณา
  4. ตรวจสอบว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (CIR) ของโฆษณาต่ำกว่าอัตรากำไรสุทธิของสินค้าเพื่อให้แน่ใจว่าร้านค้าจะได้กำไรจากการทำโฆษณา
  5. ตัวอย่าง สินค้า A ราคาขาย 300 บาท ต้นทุนสินค้า 180 บาท อัตรากำไรสุทธิคือ 60% ดังนั้นอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ควรต่ำกว่า 60%
  6. ปรับราคาประมูลให้ต่ำลง หากอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (CIR) เกินอัตรากำไรของสินค้า
  7. ร้านค้าสามารถตรวจสอบอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (CIR) ของสินค้าได้ที่สถิติของแต่ละสินค้าที่หน้า Home page ของ Targeting Ads


หน้านี้มีประโยชน์หรือไม่?

yes ใช่
no ไม่